ข่าวฟุตบอล : อนาคต เด เคอา : อยู่ต่อหรือลาขาด อย่างไหนที่เป็นไปได้มากกว่ากัน ?

ข่าวฟุตบอล : อนาคต เด เคอา : อยู่ต่อหรือลาขาด อย่างไหนที่เป็นไปได้มากกว่ากัน ? ในระหว่างช่วงโปรแกรมเกมทีมชาติ แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังต้องมานั่งกลุ้มกับข่าวใหญ่อีก หลังจากตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาประเด็นเรื่องอนาคตของ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมโผล่มาให้เห็นตามสื่ออย่างต่อเนื่อง เดิมที เด เคอา จะหมดสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่หลังจบฤดูกาล 2018-19 แล้ว เพียงแต่ “ปีศาจแดง” ใช้อ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี เพื่อที่จะได้มีเวลาเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่มากขึ้น และที่จริงตอนแรกกระแสข่าวมันก็ไหลไปในทิศทางว่าเจ้าตัวจะต่อสัญญาหลังจบการทัวร์ช่าวงปรี-ซีซั่นที่ทวีปเอเชีย หลังจากที่ทีมยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ถึงสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 13.30 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้มันกลับยังไม่มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการเลย และมันก็มีข่าวลือว่า เด เคอา แอบบอกกับเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนแล้วว่าเขาจะไม่ต่อสัญญา แล้วรอย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว โดยตามกฎบอสแมนแล้วนั้นนักเตะที่เหลือสัญญาเพียง 6 เดือนก็สามารถคุยเรื่องย้ายทีมล่วงหน้าแบบไร้ค่าตัวกับทีมอื่นๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้ แล้วค่อยรอเปลี่ยนสีเสื้อหลังจบซีซั่น […]

ข่าวฟุตบอล : อนาคต เด เคอา : อยู่ต่อหรือลาขาด อย่างไหนที่เป็นไปได้มากกว่ากัน ? ในระหว่างช่วงโปรแกรมเกมทีมชาติ แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังต้องมานั่งกลุ้มกับข่าวใหญ่อีก หลังจากตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาประเด็นเรื่องอนาคตของ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมโผล่มาให้เห็นตามสื่ออย่างต่อเนื่อง

เดิมที เด เคอา จะหมดสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่หลังจบฤดูกาล 2018-19 แล้ว เพียงแต่ “ปีศาจแดง” ใช้อ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี เพื่อที่จะได้มีเวลาเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่มากขึ้น และที่จริงตอนแรกกระแสข่าวมันก็ไหลไปในทิศทางว่าเจ้าตัวจะต่อสัญญาหลังจบการทัวร์ช่าวงปรี-ซีซั่นที่ทวีปเอเชีย หลังจากที่ทีมยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ถึงสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 13.30 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้มันกลับยังไม่มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการเลย และมันก็มีข่าวลือว่า เด เคอา แอบบอกกับเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนแล้วว่าเขาจะไม่ต่อสัญญา แล้วรอย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว โดยตามกฎบอสแมนแล้วนั้นนักเตะที่เหลือสัญญาเพียง 6 เดือนก็สามารถคุยเรื่องย้ายทีมล่วงหน้าแบบไร้ค่าตัวกับทีมอื่นๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้ แล้วค่อยรอเปลี่ยนสีเสื้อหลังจบซีซั่น ซึ่งทีมที่มีข่าวกับ เด เคอา มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ยูเวนตุส นั่นเอง

แน่นอน การที่มันยังมีสถานะเป็นเพียง “ข่าวลือ” ทำให้ยังมีทั้งกระแสที่เชื่อว่า เด เคอา จะไม่ต่อสัญญาจริงๆ และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่คิดว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ท้ายที่สุดแล้วเขาจะต่อสัญญากับทีม คำถามคือเมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ แล้วนั้น ทางเลือกไหนที่มีโอกาสเป็นไปได้มากกว่ากัน ?

– อยู่ต่อ
เด เคอา ถือว่ามีความผูกพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างมาก หลังจากเล่นให้ทีมมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปี 2011 โดยถ้าเทียบกันจริงๆ แล้วมันก็ถือว่าเขาอยู่กับ “ปีศาจแดง” มาพอๆ กับ แอตเลติโก มาดริด ซะด้วยซ้ำ เพราะเจ้าตัวเข้าอะคาเดมี่ของ “ตราหมี” ตอนปี 2003 แล้วจากนั้นก็บอกลาทีมเพื่อมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในอีก 8 ปีต่อมา

อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้ เด เคอา ยังมีความสุขกับการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คือการได้ทำงานกับ เอมิลิโอ อัลบาเรซ โค้ชผู้รักษาประตูชาวสแปนิชของทีม โดยทั้งคู่สนิทกันมากๆ เพราะเคยร่วมงานด้วยกันที่ “ตราหมี” มาก่อน

นอกจากนี้ อัลบาเรซ ก็คือคนที่แนะนำให้ กีเก้ ซานเชซ ฟลอเรส เทรนเนอร์ แอต. มาดริด ในตอนนั้น ผลักดัน เด เคอา ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ แอต. มาดริด ด้วย หรือถ้าจะพูดอีกแบบว่า อัลบาเรซ คือหนึ่งในผู้มีพระคุณมากที่สุดของ เด เคอา และเป็นคนที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้มันก็คงไม่ผิดนัก

สำหรับ อัลบาเรซ นั้น เข้ามาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 หรือก็คือช่วงเวลาเดียวกับที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้รับการแต่งตั้งให้กุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และความสนิทสนมของเขากับ เด เคอา มันก็ยังมากจนถึงขนาดที่แม้ว่า มูรินโญ่ จะโดนเด้งพ้นจากทีมไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปีก่อน แต่ อัลบาเรซ ก็ยังได้ทำงานกับทีมมาจนถึงทุกวันนี้อยู่ดี

– ลาขาด
เด เคอา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดของโลกในช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้ เขาสามารถโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟแบบน่าเหลือเชื่อได้หลายต่อหลายครั้ง จนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอดจากการแพ้เป็นเสมอ หรือเปลี่ยนจากผลที่น่าจะเสมอเป็นชนะได้

แม้ว่าพักหลัง เด เคอา จะฟอร์มดร็อปลงไปบ้าง แต่หลายคนมองว่ามันเป็นเพราะเรื่องสมาธิเท่านั้น เพราะเจ้าตัวต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเอง โดยผลงานอันยอดเยี่ยมของ เด เคอา มีเครื่องการันตีชั้นดีหลายอย่าง อาทิเช่น การติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ พรีเมียร์ลีก 5 ซีซั่น, รางวัลการเสียประตูใน พรีเมียร์ลีก น้อยที่สุด ในซีซั่น 2017-18, การติดทีมยอดเยี่ยมชุดแรกของ ฟิฟโปร 1 สมัย, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการโหวตของเพื่อนๆ 3 ครั้ง และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการโหวตของแฟนบอล 4 หน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเคยเหนียวหนึบเป็นเวลาหลายฤดูกาล และมีเกียรติยศส่วนตัวมากมาย แต่ความสำเร็จในฐานะ “ถ้วยแชมป์” ของ เด เคอา กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเพียงแชมป์ลีก 1 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ อีเอฟแอล คัพ 1 หน และ แชมป์ ยูโรปา ลีก 1 ครั้ง เท่านั้น ต่อให้จะนับรวมรายการที่เตะกันนัดเดียวอย่าง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เขาได้ชูโล่การกุศล 3 ครั้งเข้าไปด้วย มันก็ยังถือว่าน้อยเกินไปสำหรับนักเตะระดับเขา

จริงอยู่ว่าสำหรับผู้รักษาประตูแล้วนั้น อายุ 28 ปียังไม่ถือว่าแก่เกินไป แต่มันก็อยู่ในวัยที่ต้องการความสำเร็จในรายการใหญ่ๆ อย่างมาก และถ้ามองตามความเป็นจริงแล้วนั้นมันก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังดูไม่แข็งแกร่งพอที่จะตอบสนองความต้องการของ เด เคอา ในอนาคตอันใกล้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในรายการ พรีเมียร์ลีก หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตาม (ในกรณีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในอนาคตน่ะนะ)