เตือน! อากาศแปรปรวน ระวัง “ไข้เลือดออก”

สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตือน ช่วงที่อากาศแปรปรวน ระวังไข้เลือดออก ซึ่งพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ร้อน ฝนและหนาวในช่วงเวลาเดียวกัน โดยโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยเกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี (Dengue) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ มีพาหะนำโรคคือยุงลาย พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่พบมากในฤดูฝนตามการขยายพันธุ์ของยุงลาย อาการของโรคไข้เลือดออกอาการที่สำคัญแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. ระยะไข้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลา เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มักมีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา ระยะนี้จะเป็นอยู่ราว 2-7 วัน 2. ระยะช็อก ไข้จะเริ่มลดลง ซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว กรณีที่รุนแรงจะมีความดันโลหิตต่ำ ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ระยะนี้กินเวลา 24-48 ชั่วโมง และ 3. ระยะพักฟื้น อาการต่างๆจะเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น […]

สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตือน ช่วงที่อากาศแปรปรวน ระวังไข้เลือดออก ซึ่งพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ร้อน ฝนและหนาวในช่วงเวลาเดียวกัน โดยโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยเกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี (Dengue) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ มีพาหะนำโรคคือยุงลาย พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่พบมากในฤดูฝนตามการขยายพันธุ์ของยุงลาย อาการของโรคไข้เลือดออกอาการที่สำคัญแบ่งออกเป็น 3 ระยะ

คือ 1. ระยะไข้ ผู้ป่วยจะมีไข้สูงเกือบตลอดเวลา เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มักมีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา ระยะนี้จะเป็นอยู่ราว 2-7 วัน 2. ระยะช็อก ไข้จะเริ่มลดลง ซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว กรณีที่รุนแรงจะมีความดันโลหิตต่ำ ช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ระยะนี้กินเวลา 24-48 ชั่วโมง และ 3. ระยะพักฟื้น อาการต่างๆจะเริ่มดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอยากรับประทานอาหาร ความดันโลหิตสูงขึ้น ชีพจรเต้นแรงขึ้นและช้าลงปัสสาวะมากขึ้น อาจมีผื่นแดงและมีจุดเลือดออกตามลำตัว ทั้งนี้ยังไม่มีวิธีรักษาโรคไข้เลือดออกโดยตรง การรักษามีเพียงรักษาตามอาการ และเฝ้าระวังภาวะช็อกและเลือดออกการให้สารน้ำอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตของผู้ป่วยได้ รอการดำเนินของโรคจนกระทั่งผู้ป่วยฟื้นตัวและหายได้เอง อย่างไรก็ตามหากมีอาการเหล่านี้ให้รีบพบแพทย์โดยทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth